วังเวียงเทรลครั้งแรก DNF ปี 2018 และนัดล้างตาปี 2019

Published on 2019-11-23

วังเวียงเทรล 2018

ทางผู้จัดบอกว่าวังเวียงเทรล เป็นรายการวิ่งเทรลแรกของประเทศลาว ผมจึงตัดสินใจได้ไม่ยากเลยว่า ต้องไป! ระยะที่ผมลงเป็นระยะที่ผมชอบที่สุดคือ 30K ไม่ไกลไปและไม่สั้นไปมันเหนื่อยกำลังดี กับความชันสะสมที่ 2383 เมตร ถึงแม้ว่าจะเยอะที่สุดที่ผ่านมาของผม แต่คิดว่าไหวไม่ยากอะไร


วังเวียงเทรล 2018
ภาพกราฟฟิกเส้นทางมีเนินเล็กๆ 2 ลูกเขาอีก 2 ลูก แค่ดูก็สนุกแล้ว เพราะมีเขาให้เล่นตลอดเส้นทาง ไม่เบื่อแน่ๆ ก่อนมาประมาณเดือนกว่าผมลงภูเรือเทรล 25.8K ไว้ เกนประมาณ 1200 จบมาแบบสบายๆ ... ยิ่งวันที่จะได้วิ่งเข้ามาใกล้เท่าไหร่ มันยิ่งทำให้ผมตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น … แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่ผมกำลังจะเจอนั้นมันสาหัสสากรรจ์ขนาดไหน

ก่อนจะเข้าสู่รายละเอียดสนามวิ่งนั้น ขอแทรกเรื่องการเตรียมตัวกับอุปกรณ์กันก่อน เพื่อนักวิ่งที่กำลังจะลงวังเวียงเทรลในปีถัดไปจะได้เตรียมตัวให้พร้อม
เตรียมร่างกาย

  • Hill repeat ซ้อมไปให้เยอะๆ ใครไม่มีเขาให้ซ้อมวิ่งขึ้นบันไดแทน เอาให้หนักๆ
  • ออกกำลังแขนช่วง Forearm เพราะจะต้องปีน ไต่ ดันตัว ยกตัวตอนขึ้นเขาและลงเขา
  • สควอชหน่ะ ซ้อมเยอะๆ อย่าได้ขาด

เตรียมอุปกรณ์

  • Trekking Pole ควรมี แนะนำแบบ flip lock เพราะมันปรับความส้นยาวได้มากกว่าแบบ Z pole ขึ้นเขาปรับสั้น ลงเขาปรับยาว จะช่วยทุนแรงขาได้มาก
  • ถุงมือ มีก็ดี บางช่วงต้องปีนหินแหลม จะสบายมือมาก
  • น้ำ ควรพกให้ได้ 1.5L-3L เพราะเช็คพอยต์ มีแค่ที่ตีนเขา บนเขาเจ้าหน้าที่แบกน้ำขึ้นไปไม่ได้
  • สำรองอาหารและเจลไปให้ดี ควรมีให้พอติดกระเป๋าตลอด
  • Saltstick และ สเปรย์คลายกล้ามเนื้อควรมีติดกระเป๋าไว้


คลิป Hightlight Vang Vieng Trail 2018 Official ของทางทีมงาน Teelakow... มันสวยจริงๆ แต่สวยสยองนะ

บรีฟเส้นทางก่อนวันแข่ง

วังเวียงเทรล 2018
บรีฟเส้นทางของระยะ 30K 18K และ 8K หลักๆจะพูดถึงระยะ 30K ที่ผมฟังแล้วคิดในใจว่าซวยละกู! 

  • เพิ่มระยะ Cut off ของ CP1 และ 2 ครึ่งชั่วโมง แต่เวลา Cut off รวมยังคงเท่าเดิม ระยะ 52K ที่วิ่งเมื่อวานขอเวลาเพิ่มเพราะเวลาที่ให้ไว้สำหรับข้ามเขาสองลูกแรกน้อยเกินไป … ใช้คำว่าเขา แต่กูคิดว่าเนิน เวรเอ้ย
  • เขาลูกที่สาม ให้พกข้าวเหนียวที่เตรียมไว้ที่ CP2 ขึ้นไปคนละหนึ่งห่อและน้ำให้พร้อมเพราะไม่ใช่เส้นทางสัญจรของชาวบ้าน
  • เขาลูกสุดท้ายขึ้นไปที่น้ำตกบนยอดเขา เส้นทางนี้คือนรกของจริงที่ผ่านมาคือน้ำย่อย … ทำเอานักวิ่งตะลึงกับคำพูดกันทุกคน … ขอย้ำว่านรกจริง ไม่ได้พูดเล่น เตรียมน้ำ เตรียมข้าวที่ CP3 ไปให้พร้อม

ในขณะเดียวกันนั้นเอง ... นักวิ่งระยะ 52K อันดับที่ 2 overall เข้าเส้นชัยมาพอดี ใช้เวลาไปกว่า 10 ชั่วโมง นักวิ่งต่างปรบมือแสดงความยินดี … ในใจผมพูดสวนขึ้นมาว่า เชี่ยเอ้ย ระยะ 52K ยังใช้เวลา 10 ชั่วโมงกว่า แล้วกูละ! …… เสียงปรบมือยังคงดังกึกก้อง แต่ความคิดในหัวผมนั่น เงียบสงัด…

เช้าวันแข่ง

วังเวียงเทรล 2018
ทางผู้จัดเตรียมรถรับส่งจากโรงแรม Inthira ในตัวเมืองวังเวียงมาที่จุดสตาร์ท ตั้งแต่ตีสามถึงตีห้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักวิ่ง … ผมขึ้นรถเที่ยวสุดท้าย มาถึงจุดสตาร์ทราวๆ 5.45น. มีเวลาให้ยืดเหยียดนิดหน่อย นักวิ่งดูบางตา ผิดกับงานที่ไทย แต่บรรยากาศดูคึกคักจากเสียงพิธีกรที่ชวนคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้อย่างไม่รู้สึกเหนื่อย ระหว่างที่กำลังยืดเหยียดอยู่นั้น พิธีกรพูดขึ้นมาว่า “ตอนนี้นักวิ่งระยะ 52K ยังคงวิ่งอยู่” ห๊ะ นี่มัน 24 ชั่วโมงแล้วนะ ทำไมสนามโหดขนาดนี้ … ยอมรับว่าตอนนี้ก็ยังนึกภาพไม่ออกว่านรกที่ผู้ทีมงานพูดถึงนั้น หน้าตาเป็นอย่างไร แต่รออีกไม่นานเราคงได้เจอกัน!

...

ไฟว์ โฟร์ ทรี ทู วัน แปร๊ดดดด นักวิ่งทุกคนพุ่งออกจากจุดสตาร์ทอย่างพร้อมเพรียง ขึ้นสะพานแขวนข้ามลำคลอง มีนักวิ่งราว 20 คนกำลังเดินอย่างเป็นระเบียบ สะพานแกว่งไปมา ชวนหวาดเสียว แต่ภาพบรรยากาศตอนนั้นมันสวยจนลืมความหวาดเสียวไปเลย

วังเวียงเทรล 2018
ภาพบนสะพานแขวนชาวบ้าน เรียงแถวกันเดิน

วังเวียงเทรล 2018
ภาพบรรยากาศบนสะพานแขวน อากาศเย็น วิวสวย

หลังจากลงสะพาน ก็วิ่งบนคันนา เข้าสวน ข้ามรั้ว จนมาถึงตีนเขาลูกแรก ภาพที่เห็นตรงหน้ามันไม่ใช่เนิน มันคือภูเขา ผมถึงกับอุทานอยู่ในใจดังๆว่า “เชี่ยเอ้ยย” แต่ไม่มีใครได้ยิน…
วังเวียงเทรล 2018
ตรงลูกศรนั้นเป็นจุดที่เราจะต้องข้ามไป หลังจากอุทานในใจได้ไม่นาน ผมก็เจอกับความชันระดับ 70องศา ตั้งแต่ตีนเขายันยอดเขา ระยะทางถึงยอดเกือบ 1 กิโลเมตร ซึ่งช่วงล่างเป็นดิน แต่ช่วงบนเป็นหินแหลมที่พร้อมจะเอาเลือดตลอดเวลาหากไม่ระวัง และอย่าได้หงายหลังเชียว

วังเวียงเทรล 2018

ขึ้นไปเกือบถึงยอดถึงจะได้เห็นวิวที่เราปีนขึ้นมา เห็นแค่นิดเดียว นิดเดียวจริงๆ T.T
วังเวียงเทรล 2018

ส่วนทางลงก็ชันเป็นดินผสมหิน โหดไม่แพ้กัน
วังเวียงเทรล 2018

ความสวยงามยังมีให้เห็นอยู่บ้าง มาน้อยแต่สวยทุกจุด ... แดดยามเช้า สีทองอร่าม งามตา
วังเวียงเทรล 2018

หลังจากลงลูกแรกมาวิ่งตัดสวนชาวบ้าน วิ่งเลียบคลองชลประทาน เส้นทางสัญจรของชาวบ้าน มีเด็กๆยืนทักทาย โบกไม้โบกมือให้กำลังใจ … แต่คิดไปคิดมาเปล่าหรอก เด็กเค้าคงงง ไม่เคยเห็นคนแต่งตัวประหลาด ถือไม้สองอัน สะพายกระเป๋าอันน้อยๆ ใส่ถุงเท้ายาวถึงเข่า วิ่งดุ๊กๆ พวกพี่มาทำอะไรกัน!
วังเวียงเทรล 2018

ที่ CP1 มีน้ำให้เติม ขนม แตงโมและกล้วย หลังจากเติมน้ำทานกล้วย 1 ลูกเสร็จ ก็ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งต่อและจุดนี้ต้องข้ามเขาตรงหน้าอีกหนึ่งลูก
วังเวียงเทรล 2018

ความชันไม่ได้ต่างกับลูกแรกเล้ยย แต่ขึ้นง่ายกว่า เป็นดินและมีบันไดไม้เล็กๆ เป็นช่วงๆ เข้าใจว่าชาวบ้านใช้เป็นเส้นทางเข้าไปหาของป่าหลังเขาลูกนี้ บางช่วงทางอันตราย ด้านนึงเขา ด้านนึงเหว อย่าพลาดเชียว
วังเวียงเทรล 2018

พ้นเขาลูกสองมาได้ ผมมาถึง CP2 ตอน 8 โมง ใช้เวลาไปสองชั่วโมง ถือว่าทำเวลาได้ดีทีเดียว แต่ขาเริ่มล้านิดๆ ดูที่รายชื่อนักวิ่งที่มาถึงผมน่าจะอยู่ราวๆไม่เกิน 15 คนแรก 
วังเวียงเทรล 2018

หลัง CP2 นี้ไปต้องข้ามเขาลูกใหญ่ ความสูงจากตีนเขาถึงยอดประมาณ 950 เมตรระยะทางขึ้น 5 กิโลเมตรถึงยอด และลง 4 กิโลถึงตีนเขา จากนั้นเข้า CP3 เท่ากับว่าด้านบนไม่มีอะไรเลย ผมเติมน้ำสองขวดเต็ม ขวดนึง energy drink อีกขวดเป็นน้ำเปล่า ใช้เวลาจุดนี้ไม่นานก็รีบวิ่งออกไป หวังจะข้ามเขาลูกนี้ให้เร็วที่สุด … 


… วิ่งไปได้ 1 กิโลเมตร ตะคริวกิน! เหมือนฟ้าผ่า เปรี้ยง! ลงกลางอก … เพิ่งอยู่ตีนเขา กิโลเมตรที่ 11 แต่ต้นขาซ้ายตะคริวกินเรียบร้อย ภาพความหวังที่จะจบสนามนี้เริ่มเรือนลาง เพราะยังเหลือเขาตั้ง 2 ลูกที่ต้องข้าม ใจนึงอยากจะเดินกลับลงไปที่ CP2 ยอม DNF เพราะคิดว่าคงทรมานน่าดูถ้าต้องข้ามลูกนี้ไปด้วยสภาพนี้ แต่อีกใจกลับเสียดายเพราะเพิ่ง 8 โมง ยังเหลือเวลาอีกมากโข นั่งคิดไปนวดขาไป 10 นาทีผ่านไปเร็วเหมือนโกหก แต่ก็ยังไม่มีนักวิ่งคนไหนวิ่งผ่านผมมาเลย หลังจากตัดสินใจว่าจะไปต่อ ลุกขึ้นเดินไปได้ไม่กี่เมตรขาต้นขาขวาเริ่มมาอีกลูก …เชี่ยเอ้ยย ผมพยายามประคับประคองขาเจ้ากรรมไม่ให้ตะคริวมันกิน พอมันจะมาหยุดพักเรื่อยๆ แล้วทางขึ้นยอดทั้งไกล ทั้งชัน พ่อคุณเอ้ยยย! ผมใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมงครึ่งเพื่อไปถึงยอดที่กิโลเมตร 15 เวลาราวๆ 10โมงครึ่ง จากนั้นทางลงระยะทาง 4 กิโลเพื่อไป CP3 ทางลงชันเป็นทั้งดินทั้งหินผสมกันไป ระหว่างทางช่างเงียบเหงา มีเพียงริบบิ้นเป็นเพื่อนสนิทนำทางกับตะคริวเจ้ากรรมยังแวะทักทายให้หายเหงาอยู่เป็นระยะ เพราะมาทักทายทีไรมีเรื่องให้คุยกับตัวเองอยู่ทุกที … ก่อนถึงตีนเขาที่กิโลเมตร 17 ป่าเปิดให้เห็นบรรยากาศสวยๆให้ฉ่ำใจ ตั้งตั้งตีนเขาขึ้นมาต้นไม้สูงทึบ ไม่เห็นวิวเลยแม้แต่น้อย 
วังเวียงเทรล 2018

สุดท้าย ผมก็มาถึงที่ CP3 เวลา 11.48น. ก่อนเวลา cut off 12 นาที ที่นี่ทีมงานเตรียมน้ำหวาน ข้าวเหนียวหมู ข้าวผัด ขนมไว้ให้ ผมทานข้าวเหนียวหมูไปเกือบหนึ่งห่อใหญ่ ส่วนที่เหลือเก็บใส่เป้กะไว้กินต่อ เผื่อหิว ต่อด้วยน้ำหวานไปสองแก้ว น้ำเปล่าตามอีกหนึ่งแก้ว ทีมงานฉีดสเปรย์คลายกล้ามเนื้อให้ตรงต้นขาเจ้ากรรมทั้งสองข้างที่เป็นตะคริว ผมใช้เวลาอยู่ประมาณเกือบ 10 นาทีก่อนออกจากจุดนี้ 
วังเวียงเทรล 2018

มองขึ้นไปบนยอดเขาตรงหน้าจะเห็นน้ำตกที่เราต้องขึ้นไปให้ถึงแล้วลงมา เส้นทางขึ้นไปน้ำตกนี้นี่หละที่ทีมงานบกว่านรกของจริง … ต้นขาเหมือนจะดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่ได้พักทานข้าวทานน้ำเกือบ 10 นาทีที่ CP3 ถือเป็นการพักขาที่นานสุดตั้งแต่ออกจากจุดสตาร์ท 
วังเวียงเทรล 2018

จาก CP3 วิ่งทางราบประมาณ 100 เมตร หลังจากนั้นจะเริ่มชันขึ้นทีละน้อย นักวิ่งยังคงทะยอยกันลงมาจากเขาลูกที่สามมุ่งหน้าเข้า CP3 กันอยู่ “อีกไกลมั้ยครับ?” ผมได้แต่ตอบกลับไปว่า “อีก 500 เมตรถึงเช็คพอยต์ มีข้าวให้กิน สู้ๆครับ” นักวิ่งดูท่าทียังมีหวังที่รู้ว่าใกล้ถึง ทั้งที่รู้ว่าไม่ทัน cut off แล้ว ผ่านไปได้อีกนิดเดียว ตะคริวมา! ทำให้ต้องหยุดนั่งพัก 
วังเวียงเทรล 2018
นั่งพักตะคริว ผมดึงรัดน่องขึ้นมาถึงต้นขา ช่วยลดตะคริวได้ดีจริงๆครับ ไม่งั้นคงเดินไม่ไหว กับรองเท้าคู่ใจ Altra King MT 1.5 เกาะอย่างหนึบ

ไปต่อได้อีก 200 เมตรตะคริวเจ้ากรรมนายเวรก็มาอีก ในใจคิดว่าไม่รอดแล้วหล่ะ ลงเถอะ ผ่านไป 30 นาทีแล้วนี่ยังไม่ถึงไหนเลย อีกตั้งสองกิโลกว่าจะถึงน้ำตก ยังไม่ถึงช่วงที่ชันมากๆ ซะด้วยซ้ำ แล้วช่วงชันๆต้องหยุดพักทุก 30-40 เมตร … ต่อไปให้ไปถึงยอด ขาลงก็อีก 4 กิโลเมตรเพื่อลงมา CP4 ให้ทัน cut off ตอน 15.00น. ซึ่งเหลือเวลาสองชั่วโมงครึ่ง ต่อให้ทันก็แสนจะทรมาน … จึงบอกตัวเองว่ายอมเถอะ แล้วหยิบน้ำขึ้นมาดื่มจนหมดขวด เพื่อปิดประตูแล้วฉาบปูนว่าขึ้นยอดสุดท้ายไม่ได้แล้วหล่ะ … ปีหน้ามาแก้มือใหม่! 

หันหลังกลับเดินลงมาที่ CP3 มีรถโฟวิลล์มารอรับนักวิ่งที่ DNF กลับบ้าน … นรกบนยอดเขาลูกสุดท้ายยังคงเป็นปริศนาสำหรับผม มีเพียงแต่นักวิ่งที่ขึ้นไปถึงน้ำตกเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร
วังเวียงเทรล 2018

คุยกับนักวิ่งหลังจบเรซ

พี่นักวิ่งได้ที่สอง … จบด้วยเวลา 6 ชั่วโมงหน่อยๆ พี่เค้าบอกว่าดีแล้วน้องที่ไม่ได้ขึ้นไปที่น้ำตก ทางชันมาก โหดที่สุด ตอนขึ้นไปนี่หัวเบาเลย ชาไปหมด แต่ช่วงลงจากน้ำตกไม่โหดมาก ไม่ชันเท่ากับตอนลงเขาลูกที่สาม … ทิ้งท้ายแบบประสานเสียงกับเพื่อนนักวิ่งข้างๆที่จบ 18K ว่า “ปีหน้ากูไม่มาแล้ว!”

พี่นักวิ่งผู้หญิงที่ DNF เหมือนกัน … พี่ไม่เคยเจอสนามที่ไหนโหดได้ขนาดนี้ ที่ซาปา 42K พี่จบมาแล้วยังไม่โหดขนาดนี้เลย เขาลูกแรกโหดมากอย่างกับมาปีนเขา ตอนลงก็โหดร้าย ไม่รู้ต้องออกกำลังกายแขนท่าไหนถึงจะลงเขาสนามนี้สบายๆ ลูกที่สองก็โหดร้าย พี่ไปไม่ทัน cut off ที่ CP2 ... ที่โหดกว่าคือ ไม่มีรถมารับ เค้าให้พี่เดินกลับทางเดิม ข้ามเขาลูกที่สองอีกลับไปอีกรอบเพื่อไปขึ้นรถที่ CP1 พี่อยากจะเป็นลม … คนเดินกลับกันเป็นแถวเลย! ปีหน้าพี่จะกลับมาเอาเหรียญให้ได้ แต่เป็นที่ระยะ 18K นะ ฮ่าๆๆ

ถึงแม้สนามนี้ผมจะกลับบ้านมือเปล่าอย่างผู้แพ้ แต่กลับได้รับประสบการณ์ที่ไม่เคยได้รับเลยจากทุกเรซที่ผ่านมา และมันจะทำให้ทุกเรซหลังจากนี้เต็มไปด้วยพลังและความพร้อมที่มากขึ้น … ปีหน้าจะต้องเอาเหรียญมาให้ได้!

วังเวียงเทรล 2018

ประมวลภาพจากทีมงานผู้จัด

สถิติประจำสนาม ... ไฮไลท์คือระยะ 30K แข่ง 102 คน จบแค่ 27 คนเท่านั้น! ฮ่าๆๆๆ

วังเวียงเทรล 2018

วิ่งบนคันนายามเช้าก่อนขึ้นเขาลูกแรก

วังเวียงเทรล 2018

ทักทายน้องๆ พี่เค้าวิ่ง 52K

วังเวียงเทรล 2018

ครบรส ทั้งปันเขา ข้ามรั้ว

วังเวียงเทรล 2018

รีวิวสนามวิ่งเทรลโดยแอดมินชัย
ทีมนักวิ่งประจำเว็บไซต์ Runnercart
10 พ.ย. 2561

-------------------
แอดไลน์ไว้เพื่อติดตามทุกบทความดีๆ คลิ๊ก add line
 หรือแอดไลน์ไอดี: @runnercart (มี @ ด้วยนะ)

2018 DNF
-------
2019 FINISHER

กลับมาแล้วครับกับภาคต่อเนื่องกับการไปแก้มือที่สนามเดิม ระยะเดิม ... ผมให้ชื่อ EP นี้ว่า "เผยโฉมน้ำตกนรก" ... คือมันนรกจริงๆครับ นรกยังไงผมพาไปครับ!
.

หลังจากที่ปีที่แล้ว เป็นตะคริว DNF ไปอย่างน่าเสียดายเพราะดื่มน้ำน้อยและไม่ได้เติมเกลือแร่ แต่ไม่เสียใจเพราะประมาทเกินไป เลยต้องกลับมาแก้มือครั้งที่สองเมื่อวานที่ 10 พย ครั้งนี้ลงระยะเดิมเลยครับ และวางแผนเตรียมตัวมาดีขึ้น โดยเน้นเรื่องน้ำกับการเติมเกลือแร่เป็นพิเศษ

.

ก่อนงานมีการซ้อม hill repeat ซ้อม long run บ้าง ส่วนวันแข่งก็วางแผนเรื่องน้ำ โดยคอยจิบน้ำตลอด ทานเจลทุกชั่วโมงและ Saltstick capsule ทุกชั่วโมงเช่นกัน โดยเว้นระยะห่างของเจลกับ saltstick capsule ครึ่งชั่วโมง เนื่องจากผมเป็นคนเหงื่อออกเยอะมากเลยต้องชดเชยเกลือแร่ประมาณนี้

.

ที่ทานเจลเพราะต้องให้พลังงานและเกลือแร่ ส่วน Saltstick capsule จะให้เกลือแร่ในปรมิาณที่มากกว่าแต่ไม่มีพลังงาน

.

ส่วนการวิ่งผมวางแผนไว้ว่าตอนสตาร์ท จะต้องอยู่กลุ่มหน้าๆเพราะตอนขึ้นเขาลูกแรกทางแคบและชันมากๆ ถ้าช้าจะติดนักวิ่งท่านอื่น ทำให้เสียเวลา และไม่เร่งตอนขึ้นเขาต้องเก็บแรงไว้ … ระยะ 30K นี้มีเขาทั้งหมด 4 ลูก สามลูกแรกผมรู้แล้วว่าจะเจออะไรเตรียมพร้อมยังไง เผื่อแรงขนาดไหน แต่ลูกสุดท้าย The waterfall ที่เค้าว่ากันว่าโหดร้ายเหมือนนรก ผมยังไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง โหดขนาดไหน เพราะครั้งที่แล้ว DNF ไปก่อน

วังเวียงเทรล 2019

หกโมงเช้าที่หน้าเส้นสตาร์ทเสียงแตรดังก้องกังวาล เป็นสัญญาณการปล่อยตัว ทุกอย่างยังเหมือนเดิมทั้งบรรยากาศ การตกแต่ง ความหึกเหิมของเพื่อนที่วิ่งด้วยกัน แต่ต่างอยู่อย่างเดียวคือความมุ่งมั่นที่มากขึ้นว่าจะต้องคว้าเหรียญและเสื้อ finisher มาให้ได้

วังเวียงเทรล 2019

บรรยากาศเช้านี้ไม่ค่อยสดใส มีหมอกลง แต่ผมชอบเพราะมันรู้สึกเย็นสบาย ซักสามร้อยเมตรก็ถึงสะพานแขวนที่ชาวบ้านใช้สัญจร จุดน้อยต้องค่อยๆเดิน มันโยกเยก 

วังเวียงเทรล 2019

วิ่งมาได้สักพัก ถึงตีนเขาลูกแรก แต่มองไม่เห็นยอดเขาเลย เห็นใจเพื่อนๆที่มาครั้งแรกเพราะคงไม่รู้ว่ากำลังจะเจอกับอะไร 555 แต่มันก็เป็นแค่การรับน้อง ของจริงหนักกว่านี้

วังเวียงเทรล 2019

ลงเขาลูกแรกมาได้ ปีนี้ยังคงสวยงามเหมือนเดิม ผมหยุดถ่ายรูป เดินนิดนึงเพื่อซึมซับและดื่มด่ำกับความสวยงามตรงหน้าและออกวิ่งต่อ

วังเวียงเทรล 2019

ข้ามเขาลูกที่สองมาถึง WS2 เร็วกว่าที่คิดไว้ประมาณ 10 นาที เติมน้ำเต็มพิกัดในจุดนี้ ทั้งขวดและถุงน้ำ ได้ราวๆ 2.5ลิตร เพราะเขาลูกที่สามต้องใช้เวลาข้ามประมาณ 3 ชั่วโมงโดยไม่มีจุดน้ำเลย ปีที่แล้วเป็นตะคริวก่อนขึ้นเขาลูกนี้ หลังจากออกจากจุดน้ำได้ไม่นาน

วังเวียงเทรล 2019

ครั้งนี้ข้ามเขาลูกที่สามมาได้อย่างปลอดภัย มาถึง WS3 ตอน 11.18น. ช้ากว่าที่วางแผนไว้ 18นาที จุดนี้มีข้าว หลังจากที่ทานเสร็จเติมน้ำเต็มพิกัดอีกครั้ง เตรียมขึ้นไปเผยโฉม the waterfall ผมไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง ปลุกพลังฮึดให้ตัวเองเสร็จก็ออกวิ่งทันทีโดยไม่รอช้า เขาลูกสุดท้ายนี้คาดว่าจะใช้เวลา 3 ชั่วโมง

.

เริ่มขึ้นเขามาได้ไม่นาน ทางเริ่มชันมากตั้งแต่ตีนเขา อากาศเริ่มร้อน ลูกนี้ระยะทางขึ้นถึงยอดประมาณ 3 กิโลความชันสะสมเฉพาะลูกนี้ราวๆ 750 เมตร แต่กลับรู้สึกว่ามันชันกว่าลูกที่สาม แต่ถ้าแค่ความชันผมคงไม่มีปัญหา แต่กลับมีปัญหากับมดดำที่เกาะอยู่ที่ใบไม้ข้างทางทั้งซ้ายขวา เพราะแค่โดนนิดเดียว มดร่วงใส่เเขนเต็มใบหมด แถมยังโดนมันกัดอีก บางใบมีมดเกาะยั๊วเยี๊ยะอยู่เกือบร้อยตัว ต้องหาไม้มาคอยตีให้มันร่วงลงพื้นก่อนแล้วค่อยไต่ขึ้นเขาอย่างช้าๆ เป็นอย่างนี้อยู่จนถึงยอดเขา 

วังเวียงเทรล 2019

หน้าตา the waterfall ถูกเผยโฉมแล้วสำหรับผม (มันเห็นชัดไม่ได้มากกว่านี้เท่าไหร่ครับ และหน้าตามันแค่นี้ละครับ อุส่าห์ปีนขึ้นมาดู) ทางขึ้นมันโหดร้ายเหมือนนรกที่เขาว่า ทั้งแคบ ทั้งชัน แถมมดดำตัวร้ายเกาะอยู่เต็มไปหมด ทำเอาคันไปทั้งแขน ขึ้นตุ่มเป็นแผลบ้าง โชคดีที่ไม่แพ้มาก

วังเวียงเทรล 2019

มาถึงบ้านหลังนี้แสดงว่าเกือบถึงยอดแล้วครับ โชคดีมากเจ้าหน้าที่หาไม้ไผ่มาให้ใช้ ช่วยได้เยอะเลยครับ .. เพื่อนๆควรหา Trekking Pole มานะครับ นอกจากช่วยค้ำยันแล้วยังเอาไว้ตีมดด้วยครับ T.T

วังเวียงเทรล 2019

ถึงยอดเขาเป็นป่าหญ้าคา ทำให้เห็นวิวตรงหน้าสวยงามมากจริงๆ ลมแดดแรงแต่มีลมเย็นๆพัดมาโดนตัว ชื่นใจขึ้นมาหน่อย เตรียมตัววิ่งลงเขากันต่อ

.

ทางลงค่อนข้างชันเหมือนกัน กองทัพมดดำยังคงมีตลอดทางลงอีกเช่นเคย หยุดมองแล้วสยดสยองมาก เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายภาพไว้ให้เพื่อนๆดู แต่คิดดูแล้วก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่กลัวกันครับ 555 

วังเวียงเทรล 2019

หลังจากที่ลงมาถึงตีนเขาวิ่งเข้ามาที่ WS4 เติมน้ำอีกหน่อยเพื่อวิ่งทางเรียบอีก 3.8K ถึงเส้นชัย ภาพเหรียญและเสื้อ finisher เริ่มลอยเข้ามาในหัว ยิ่งวิ่งใกล้เข้าไปเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกดีใจมากขึ้นเท่านั้น … และในที่สุดผมก็ทำสำเร็จ 8 ชั่วโมง 45นาที บันทึกฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ

รีวิวสนามวิ่งเทรลโดยแอดมินชัย
ทีมนักวิ่งประจำเว็บไซต์ Runnercart
23 พ.ย. 2562

-------------------
แอดไลน์ไว้เพื่อติดตามทุกบทความดีๆ คลิ๊ก add line
 หรือแอดไลน์ไอดี: @runnercart (มี @ ด้วยนะ)

COMMENTS

No customer comments for the moment.

Add a comment